เปลี่ยนเหงือกดำคล้ำเป็นเหงือกชมพู ดูสุขภาพดี
เหงือกดำอาจเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนเสียความมั่นใจ แต่วันนี้ด้วยเทคโนโลยีทางทันตกรรมสมัยใหม่ คุณสามารถแก้ไขเหงือกดำและปรับให้เป็นสีชมพูสุขภาพดีได้ด้วยเลเซอร์ ที่ให้การรักษาได้ตรงจุดเพิ่มความมั่นใจ และส่งเสริมสุขภาพช่องปากได้อีกด้วย
ปัญหาเหงือกดำคล้ำ จะมีลักษณะที่สังเกตได้ง่าย คือ เหงือกมีสีคล้ำหรือดำมากกว่าคนปกติ เวลาที่ยิ้มจึงเห็นได้ง่าย คอสเดนท์ช่วยดูเเลแก้ไขเหงือกดำได้ด้วยการลดสีเหงือกคล้ำให้จางลง กลายเป็นสีชมพูตามธรรมชาติอย่างอ่อนโยน ด้วยนวัตกรรม“เลเซอร์เหงือกสีชมพู”

- 1) วิธีเปลี่ยนเหงือกดำให้เหงือกชมพู (video)
- 2) โรคเหงือกและฟัน ปัญหาที่มีมานาน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- 3) วิธีการรักษาเหงือกดำ
- 4) กระบวนการทำเลเซอร์เหงือกชมพู มีขั้นตอนอย่างไร
- 5) ขั้นตอนการรักษาเหงือกดำด้วยเลเซอร์
- 6) ข้อดีของการรักษาเหงือกดำด้วยเลเซอร์
- 7) การดูแลหลังจากรักษาเหงือกดำด้วยเลเซอร์
- 8) การรักษาเหงือกดำ ด้วยเลเซอร์เหมาะกับใครบ้าง?
- 9) เลเซอร์เหงือกชมพู ราคา
- 10) คำถามที่ถามบ่อยๆ เลเซอร์เหงือกดำ
- 11) รีวิวรักษาเหงือกดำ ด้วยเลเซอร์เหงือกชมพู
วิธีเปลี่ยนเหงือกดำให้เหงือกชมพู (video)
เหงือกดำเกิดจากอะไร
5 สาเหตุหลักของเหงือกดำ เกิดจาก
- เหงือกคล้ำที่เกิดจาการสะสมของเม็ดสีใต้ผิวหนัง มากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์
- การสูบบุหรี่ นิโคตินและทาร์จากบุหรี่เป็นตัวการหลักที่ทำให้เหงือกเปลี่ยนเป็นสีดำหรือคล้ำลง สารเคมีในบุหรี่กระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินในเหงือกผลิตมากขึ้น นอกจากจะทำให้เหงือกดำแล้วยังส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากโดยรวมด้วย
- สุขภาพช่องปากไม่ดี คราบพลัคและหินปูนที่สะสมอยู่บนเหงือกเป็นเวลานานสามารถทำให้เหงือกอักเสบและเปลี่ยนสีได้ หากปล่อยให้คราบหินปูนสะสมอยู่มาก เหงือกจะคล้ำและเกิดโรคเหงือกตามมา
- การใช้ยาบางชนิด ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูงหรือยากันชัก อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้เหงือกเปลี่ยนสีได้ เนื่องจากกระตุ้นการผลิตเม็ดสีในเนื้อเยื่อเหงือก
- การบาดเจ็บหรือการระคายเคือง การใส่ฟันปลอมหรือเครื่องมือจัดฟันที่ไม่พอดี อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเหงือกและส่งผลให้เกิดเม็ดสีดำในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ
โรคเหงือกและฟัน ปัญหาที่มีมานาน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คุณรู้หรือไม่ว่า เหงือกดำคือปัญหาที่พบบ่อยๆ ในชาวเอเชีย โดยส่วนมากมักมาจากกรรมพันธุ์ โดยคนไทยมีปัญหาเหงือกคล้ำมากเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย ส่งผลต่อความไม่มั่นใจในรอยยิ้ม
นอกจากนี้ยังมีโรคเหงือกและฟัน ที่อาจแสดงอาการ เจ็บ ปวด แปรงฟันลำบาก ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกกับสุขภาพช่องปากและฟันที่ไม่ควรละเลย

วิธีการรักษาเหงือกดำ
ก่อนจะถึงยุคเลเซอร์
ปัญหาเหงือกดำนี้มีมานานและมีการพยายามรักษาด้วยวิธีการต่างๆ จากสมัยอดีต จนถึงปัจจุบัน ได้แก่
- การใช้สารเคมีทาที่ผิวเหงือกดำ Chemical agents ปี 1951, 1973 วิธีนี้อันตรายกับผิวเหงือกมาก
- การเอามีดกรีดที่เหงือก Gingivectomy ปี 1963 วิธีการนี้ก็สร้างความเจ็บปวด
- Cryosugery ในปี 1987 วิธีนี้เป็นการใช้เครื่องมือที่เฉพาะทางและต้องอาศัยความชำนานมากๆจึงจะรักษาได้
- การใช้หัวกรอเอาเหงือกที่ดำคล้ำออก Abrasion technique ปี 1990, 1994 โดยวิธีการนี้ พบว่า มีข้อจำกัดในเรื่อง การควบคุมระดับความลึกในการเข้าถึง ระดับ แต่ล่ะตำแหน่ง ของการแก้ ปัญหาเรื่องเหงือกดำ
- การใช้ความเย็น และมีการพัฒนามาเรื่อยๆจนถึง
- การใช้เลเซอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และเห็นผลมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ปี 2020
ในปัจจุบัน
ปัจจุบันการรักษาเหงือกดำมีความก้าวหน้ามากขึ้นด้วยเทคโนโลยีทางทันตกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะการใช้เลเซอร์ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ฟื้นตัวไว และไม่เจ็บปวดมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการรักษาอื่นๆ ที่ทันตแพทย์เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
- การรักษาด้วยเลเซอร์ (Laser Gum Depigmentation) เลเซอร์เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในการรักษาเหงือกดำ การรักษาด้วยเลเซอร์ช่วยในการลอกผิวชั้นบนของเหงือกที่มีเม็ดสีดำหรือคล้ำออก กระบวนการนี้รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่ออื่นๆ โดยทั่วไปผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บน้อยมาก และใช้เวลาพักฟื้นสั้น เหงือกจะดูเป็นสีชมพูและสุขภาพดีภายในไม่กี่วันหลังการรักษา
- การผ่าตัดเหงือกเพื่อแก้ไขเม็ดสี (Surgical Gum Depigmentation) แม้ว่าการใช้เลเซอร์จะเป็นวิธีหลักในปัจจุบัน แต่การผ่าตัดเหงือกยังคงเป็นทางเลือกสำหรับบางกรณี โดยทันตแพทย์จะทำการตัดหรือขูดเหงือกในส่วนที่มีเม็ดสีดำออก วิธีนี้ใช้ในกรณีที่เลเซอร์อาจไม่เหมาะสมหรือมีเม็ดสีดำฝังลึก
- การใช้สารเคมีลอกเหงือก (Chemical Peeling) การลอกเหงือกด้วยสารเคมีเป็นการใช้สารที่มีคุณสมบัติช่วยลอกชั้นผิวเหงือกชั้นบนออก ซึ่งจะช่วยให้เม็ดสีคล้ำหลุดไปพร้อมกับชั้นผิว วิธีนี้เป็นทางเลือกที่ถูกใช้ในบางกรณี แต่ต้องทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองเหงือก
- การทำความสะอาดและดูแลสุขภาพเหงือก (Scaling & Root Planing) การทำความสะอาดหินปูนและคราบพลัคที่สะสมบนฟันและเหงือกเป็นวิธีที่ช่วยให้เหงือกสุขภาพดีขึ้น วิธีนี้ไม่ได้แก้ไขสีเหงือกโดยตรง แต่ช่วยลดปัญหาเหงือกอักเสบและคราบพลัคที่อาจทำให้เหงือกดูคล้ำ
- การดูแลและป้องกันในระยะยาว (Long-term Oral Care) การดูแลเหงือกอย่างต่อเนื่อง เช่น การแปรงฟันให้สะอาดและการพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการสะสมของคราบพลัคและหินปูนที่อาจทำให้เหงือกดำ นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้เหงือกกลับมาดำอีกในอนาคต
กระบวนการทำเลเซอร์เหงือกชมพู มีขั้นตอนอย่างไร
หลักการทำงานของเครื่องเลเซอร์ชนิดนี้ ก็คือ พลังงานของเลเซอร์จะเลือกดูดซับเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสี (เมลาโนไซต์) และเม็ดสี (เมลานิน) เท่านั้น โดยเซลล์ชนิดอื่นๆ จะไม่ตอบสนองต่อพลังงานของเลเซอร์เลย เลเซอร์จึงมีความปลอดภัย แทบจะไม่เจ็บ และเมื่อเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสี และเม็ดสีดูดซับพลังงานจากเลเซอร์เข้าไป ก็จะถูกทำลายอย่างถาวร (ผลลัพธ์ที่ได้นั้นขึ้นอยู่กับความคล้ำของเหงือก)

ขั้นตอนการรักษาเหงือกดำด้วยเลเซอร์
- การเตรียมความพร้อม: ก่อนเริ่มการรักษา ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย เพื่อประเมินสภาพเหงือกและฟัน
- การทายาชา: เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายและไม่เจ็บปวดระหว่างการทำเลเซอร์ ทันตแพทย์จะทายาชาที่บริเวณเหงือก
- การทำเลเซอร์: เลเซอร์ที่ใช้ในขั้นตอนนี้จะมีความยาวคลื่นที่เหมาะสมในการกำจัดเมลานินที่สะสมอยู่ในเหงือก ทันตแพทย์จะใช้เลเซอร์ในการกระตุ้นให้เซลล์เมลานินสลายตัว และช่วยให้เหงือกกลับมามีสีชมพูธรรมชาติ
- การดูแลหลังการรักษา: หลังจากทำเลเซอร์แล้ว ทันตแพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาเหงือกเพื่อป้องกันการกลับมาคล้ำอีก เช่น การรักษาสุขอนามัยในช่องปากอย่างถูกวิธี และการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เหงือกคล้ำ
ข้อดีของการรักษาเหงือกดำด้วยเลเซอร์
ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดที่ได้อธิบายไป 4 ขั้นตอน ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังทำเสร็จผู้ที่ทำการรักษาแทบจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย เป็นเพราะ นวัตกรรมของเลเซอร์ ที่ทำการปิดปากแผล ทันทีที่ได้ทำการเลเซอร์ไปบนบริเวณของเหงือก ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ในการฟื้นฟูสภาพของเหงือกที่ดำคล้ำให้ผลัดเซลล์ออก เพื่อให้เหงือกกลับมาเป็นสีชมพูอย่างชัดเจน
การดูแลหลังจากรักษาเหงือกดำด้วยเลเซอร์
- หลังการการเลเซอร์เหงือก 5 – 7 วันแรก ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ที่มีรสชาติ เผ็ดร้อน และร้อนจัด
- ระหว่างฟื้นตัวหลีกเลี่ยงการกระทบถูกเหงือกอย่างรุนแรง ให้แปรงฟันเบาๆ
- สีของเหงือกจะกลายเป็นสีชมพู โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ในการปรับสภาพสีของเหงือก
- เมื่อเหงือกของเราปรับสภาพดีแล้ว ถ้าเหงือกของเรายังดำคล้ำอยู่ หรือสีที่เปลี่ยนแล้ว ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีชมพู ตามที่ต้องการ ควรไปพบทันตแพทย์ผู้รักษาเพื่อแก้ไขสภาพของเหงือก ให้กลายเป็นสีชมพูตามที่ต้องการ
การรักษาเหงือกดำ ด้วยเลเซอร์เหมาะกับใครบ้าง?
การปรับเหงือกดำด้วยนวัตกรรมเลเซอร์เหงือกชมพูเหมาะกับบุคคลที่มีปัญหาเหงือกคล้ำ ทั้งสาเหตุจากกรรมพันธุ์ และ พฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่
เลเซอร์เหงือกชมพู ราคา
| ประเภท เลเซอร์เหงือกชมพู | ราคา |
|---|---|
| เลเซอร์เหงือกชมพู ด้านบน | 15,000 บาท |
| เลเซอร์เหงือกชมพู ด้านล่าง | 15,000 บาท |
| เลเซอร์เหงือกชมพู ด้านบนและล่าง | 24,999 บาท |
คำถามที่ถามบ่อยๆ เลเซอร์เหงือกดำ
จะใช้เวลาดูผลลัพธ์ประมาณ 2 สัปดาห์ โดยจะค่อยๆเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นระหว่าง 2 สัปดาห์นั้น
ถ้าทำการเลเซอร์เหงือกดำออก ก็จะทำให้เหงือกกลับมาชมพูได้ แต่ถ้าหากกลับไปสูบบุรี่เหมือนเดิม เหงือกก็มีโอกาสที่จะกลับไปคล้ำได้อีก
การทำเลเซอร์เหงือก ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับการทำฟันรายการอื่นๆ อาทิเช่น ขูดหินปูน หรือ ฉีดยาชา กลุ่มนั้นยังเจ็บกว่า แต่เนื่องจากระดับความเจ็บ และความกลัวของคนไข้แต่ล่ะคนไม่เท่ากัน ดังนั้นการตอบว่าเจ็บหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยเช่นกัน
รีวิวรักษาเหงือกดำ ด้วยเลเซอร์เหงือกชมพู



อ่านเพิ่มเติมข้อมูล
