เหงือกอักเสบ เหงือกบวม วิธีรักษาและป้องกันโรคเหงือกอย่างได้ผล
- 1) โรคเหงือก หรือ โรคปริทันต์
- 2) เหงือกบวม เหงือกอักเสบ คืออะไร?
- 3) ลักษณะอาการของเหงือกอักเสบและเหงือกบวม
- 4) ระยะอาการของโรคเหงือกอักเสบ
- 5) วิธีสังเกตอาการโรคเหงือก
- 6) โรคเหงือกไม่รักษาได้มั้ย?
- 7) วิธีรักษาโรคเหงือก
- 8) วิธีป้องกันโรคเหงือก
- 9) ประเภทของโรคเหงือก
- 10) เหงือกบวมไม่ควรทานอะไร?
- 11) ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบ
- 12) เป็นโรคเหงือก เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ทำยังไงดี?
- 13) รักษาโรคเหงือก ราคา
- 14) บทสรุปโรคเหงือก เหงือกอักเสบ เหงือกบวม
Periodontal Disease
โรคเหงือก หรือ โรคปริทันต์
โรคเหงือก หรือที่เรียกว่า โรคปริทันต์ เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกที่รองรับฟัน หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ฟันโยกหรือสูญเสียฟันได้ อาการเริ่มแรกมักเริ่มจาก เหงือกอักเสบ ซึ่งนำไปสู่อาการเหงือกบวม แดง และอาจเลือดออกได้ ปัญหาโรคเหงือกยังเป็นสาเหตุหลักของการมีกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย

Gingivitis
เหงือกบวม เหงือกอักเสบ คืออะไร?
เหงือกอักเสบ (Gingivitis) เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ (พลัค) ที่อยู่ตามซอกฟันและผิวฟัน เมื่อคราบจุลินทรีย์เหล่านี้ไม่ถูกกำจัดออกด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ แบคทีเรียจะสะสมจนทำให้เกิดการอักเสบ และนำไปสู่การมีปัญหาโรคเหงือกที่รุนแรงขึ้น เช่น โรคปริทันต์
ลักษณะอาการของเหงือกอักเสบและเหงือกบวม
ลักษณะอาการเหงือกอักเสบ
- เหงือกบวมและแดงขึ้น จากปกติ
- เลือดออกง่าย เมื่อแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
- เหงือกร่นจากฟัน ทำให้เกิดร่องเหงือกลึก
- รู้สึกเหงือกนุ่มเมื่อสัมผัสมีกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์อาจมีอาการเจ็บ เมื่อเคี้ยวอาหาร
ลักษณะอาการของเหงือกบวม
- เหงือกบวมโต ทำให้เหงือกดูหนาและฟูผิดปกติ
- สีเหงือกเปลี่ยนเป็นแดงเข้มหรือคล้ำ กว่าสีชมพูปกติ
- รู้สึกไม่สบายในช่องปาก โดยเฉพาะเวลาที่เคี้ยวอาหารหรือสัมผัสเหงือก
- มีกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ เนื่องจากการสะสมของแบคทีเรีย
- เลือดออกง่าย เมื่อต้องแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
ระยะอาการของโรคเหงือกอักเสบ
โรคเหงือกระยะที่ 1: อาการเหงือกอักเสบ
- เกิดจากคราบแบคทีเรียสะสมตามร่องเหงือก
- มีเลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
โรคเหงือกระยะที่ 2: อาการเยื่อหุ้มฟันอักเสบ
- กระดูกและเนื้อเยื่อหุ้มฟันถูกทำลาย
- เหงือกเริ่มร่นและเกิดโพรงใต้รอยต่อระหว่างเหงือกและฟัน
- เศษอาหารเข้าไปติดฟันได้ง่าย
โรคเหงือกระยะสุดท้าย: เยื่อหุ้มฟันอักเสบตอนปลาย
- เนื้อเยื่อที่พยุงฟันถูกทำลายไปจนหมด
- ฟันเคลื่อนหรือฟันโยก
- ประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหารบกพร่อง

วิธีสังเกตอาการโรคเหงือก
- เหงือกบวม แดง หรือรู้สึกตึง
- เลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
- มีกลิ่นปากที่ไม่หายแม้จะดูแลช่องปากเป็นอย่างดี
- ฟันโยกหรือเหงือกร่น

โรคเหงือกไม่รักษาได้มั้ย?
ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ หากไม่ได้รับการรักษา โรคเหงือกจะลุกลาม จากอาการเล็กน้อย เช่น เหงือกอักเสบ ไปสู่ปัญหารุนแรง เช่น ฟันโยกหรือฟันหลุด อาจทำให้สูญเสียฟัน และในกรณีที่เลวร้าย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกาย เช่น การติดเชื้อที่แพร่กระจายไปสู่กระแสเลือด

วิธีรักษาโรคเหงือก
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคเหงือก
- การขูดหินปูน: ขั้นตอนการทำความสะอาดลึกเพื่อขจัดคราบพลัคและหินปูนที่สะสมใต้เหงือก
- การใช้ยาปฏิชีวนะ: ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง ยาปฏิชีวนะจะช่วยกำจัดแบคทีเรียและลดการอักเสบ
- การผ่าตัดเหงือก: สำหรับผู้ที่มีโรคปริทันต์ในระยะรุนแรง การผ่าตัดเหงือกหรือการปลูกกระดูกอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

วิธีป้องกันโรคเหงือก
- แปรงฟันอย่างถูกวิธี: ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้แปรงสีฟันขนนุ่มเพื่อป้องกันการระคายเคืองเหงือก
- ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ: กำจัดคราบจุลินทรีย์ที่เกาะระหว่างฟัน ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือก และทำให้การรักษาเหงือกหายช้า
- พบทันตแพทย์เป็นประจำ: การตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และรักษาได้ทันที

5 ขั้นตอนป้องกันโรคเหงือก (video)
ประเภทของโรคเหงือก
- เหงือกอักเสบเป็นหนอง (Purulent Gingivitis) ประเภทนี้เกิดขึ้นเมื่อมีหนองอยู่ใน ถุงเหงือก (pockets) เนื่องจากการติดเชื้อในช่องปาก
- เหงือกบวม (Swollen Gums) ประเภทนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการอื่น ๆ นอกเหนือจากอาการบวมเพื่อตอบสนองต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
เหงือกบวมไม่ควรทานอะไร?
- อาหารที่เป็นกรด: ผลไม้รสเปรี้ยว ซอสมะเขือเทศ น้ำอัดลม
- อาหารที่มีน้ำตาลสูง: ลูกอม ลูกกวาด เครื่องดื่มรสหวาน
- ขนมที่มีแป้ง: มันฝรั่งทอด แครกเกอร์
- อาหารแห้งที่มีเส้นใยสูง: เมล็ดข้าวโพดคั่ว ที่ติดฟันและยากต่อการกำจัด
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบ
- โรคเหงือกอักเสบไม่จำเป็นต้องมีอาการเสมอไป: บางคนไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็น เพราะระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน
- ไม่ใช่เพราะสุขอนามัยที่ไม่ดีเสมอไป: ปัจจัยอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคได้
เป็นโรคเหงือก เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ทำยังไงดี?
หากคุณพบว่าเหงือกของคุณมีอาการบวมแดงหรืออักเสบ อย่ารอช้า สิ่งที่คุณควรทำคือ
- พบทันตแพทย์: เพื่อวินิจฉัยว่าคุณมีโรคเหงือกระดับไหนและต้องการการรักษาแบบใด
- รับการรักษาที่เหมาะสม: การรักษาอาจเริ่มจากการทำความสะอาดลึก (Deep Cleaning) หรือในกรณีที่รุนแรงอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือการผ่าตัดเหงือก

รักษาโรคเหงือก ราคา
| ประเภท เลเซอร์เหงือกชมพู | ราคา |
|---|---|
| ขูดหินปูน | 1,500 บาท |
| เกลารากฟัน | 8,000 บาท |
บทสรุปโรคเหงือก เหงือกอักเสบ เหงือกบวม
โรคเหงือกอักเสบเป็นภาวะในช่องปากที่พบบ่อย เกิดจากการสะสมของคราบแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์บนฟันและร่องเหงือก หากไม่ได้รับการรักษา อาการจะลุกลามเป็นโรคปริทันต์ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียฟันได้ในที่สุด การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น การขูดหินปูนและการเกลารากฟัน จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพเหงือกและป้องกันการสูญเสียฟัน
การป้องกันโรคเหงือกสามารถทำได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดี แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ และเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
คลิกดูเคสตัวอย่างแก้ไขปัญหาการใส่ฟันปลอมจนทำให้ขอบเหงือกดำ
บทความที่เกี่ยวข้อง
