ยาสีฟันเป็นสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันจนเคยชินตั้งเเต่เด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ แต่กว่าเราจะมียาสีฟันแบบที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนั้น ผ่านการปรับปรุงส่วนประกอบมายาวนานอย่างไม่น่าเชื่อเลยหล่ะค่ะ บทความนี้ชวนคุณมาดูจุดกำเนิดและการเดินทางของยาสีฟัน พร้อมไขความลับของยาสีฟันที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ติดตามประโยชน์ดี ๆ ในยาสีฟันที่เราอาจมองข้ามไปกันค่ะ

วิวัฒนาการของยาสีฟัน
ยาสีฟันยุคเเรกเกิดในช่วง 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์ประดิษฐ์ผงสำหรับขัดฟัน ผสมวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ผงขี้เถ้าของกีบวัว มดยอบ(ยางไม้ประเภทหนึ่ง) เปลือกไข่เผา หินภูเขาไฟป่น แน่นอนว่าส่วนประกอบในยุคนี้อาจจะไม่ถูกสุขอนามัยนัก ต่อมาชาวกรีกและชาวโรมันก็นำสูตรมาปรับปรุงโดยเพิ่มสารขัดฟัน เช่น กระดูกบด เปลือกหอยนางรม ถ่านชาโคล และเปลือกไม้
นอกจากนี้ชาวจีนโบราณ ก็มีทำยาสีฟัน มีส่วนผสมของโสม สะระแหน่สมุนไพร และเกลือ ช่วงก่อนปีค.ศ. 1800 ยาสีฟันมีการดัดแปลงมาโดยตลอด เช่นผสม สบู่ ชอล์ค หมาก เกลือ หรือถ่านบดบ้าง เเต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะเป็นผง ในปี ค.ศ.1892 ดร. วอชิงตัน เชฟฟิลด์ ทันตแพทย์ชาวอเมริกัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนแรกที่ใส่ยาสีฟันลงในหลอดที่พับได้ ทำให้ยาสีฟันใช้สะดวกและถูกสุขลักษณะมากขึ้น



ตั้งแต่นั้นมา สูตรยาสีฟันก็มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเพิ่มส่วนผสมต่างๆ เช่น ฟลูออไรด์สำหรับป้องกันฟันผุ สารกัดกร่อนสำหรับขจัดคราบพลัค และรสชาติต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและความสดชื่น
ส่วนประกอบในยาสีฟันมีหน้าที่อะไรบ้าง
ทุกวันนี้มียาสีฟันอยู่ในท้องตลาดนับร้อยยี่ห้อ ดังนั้นจึงมีสูตรที่หลากหลายขึ้นอยู่กับว่า แต่ละยี่ห้อต้องการนำเสนออะไรเป็นพิเศษ เช่น ยาสีฟันสำหรับเด็ก, ยาสีฟันที่ช่วยลดคราบหินปูน, ยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาว แต่หลัก ๆ แล้วส่วนประกอบของยาสีฟันจะต้องมีสิ่งเหล่านี้
- สารขัดฟันชนิดอ่อนโยน เช่น แมกนีเซียมคาร์บอเนต (Magnesium Carbonate) แคลเซียมคาร์บอเนต(Calcium Carbonate) เกลือฟอสเฟต(Phosphate Salts) อะลูมิเนียมออกไซด์(Hydrated Aluminum Oxides) ฯลฯ โดยเป็นสารที่มีหน้าที่ขจัดแบคทีเรีย และคราบต่าง ๆ ออกจากฟัน
- สารรักษาความชุ่มชื้น เช่น กลีเซอรอล (Glycerol) หรือซอร์บิทอล (Sorbitol) สารที่ช่วยให้ยาสีฟันไม่แห้งแข็ง
- สารทำความสะอาด เช่น โซเดียมลอริซาโครซิเนต (Sodium Lauryl Sarcosinate) ที่ทำให้ยาสีฟันมีฟอง
- สารเพิ่มความข้นหนืด ที่มักได้จากสาหร่ายทะเล เส้นใยเซลูโลสสังเคราะห์ หรือยางจากธรรมชาติ
- สารแต่งกลิ่นรสที่ไม่ทำให้ฟันผุ เช่น แซกคารี (Saccharin) ที่ทำให้ยาสีฟันมีความหวาน แต่ไม่ทำให้ฟันผุ
- ฟลูออไรด์ ที่ช่วยเคลือบฟันให้แข็งแรงลดความเสี่ยงของฟันผุ
ยาสีฟันที่ดีควรมีส่วนประกอบหลักอะไรบ้าง?
ถ้าคุณกำลังมองหายาสีฟันที่ดีต่อสุขภาพปากและฟัน ควรมองหายาสีฟันที่มีส่วนประกอบดังนี้
- ฟลูออไรด์ (Fluoride) มีคุณสมบัติในการปกป้องฟันจากกรดที่แบคทีเรียปล่อยออกมาขณะจับตัวกับน้ำตาลที่ตกค้างจากอาหาร โดยจะไปเคลือบฟันให้แข็งแรงขึ้น ลดความเสียหายจากกรด และยังช่วยให้ฟันที่เริ่มผุ กลับมามีสุขภาพดีได้ แต่ควรระวังการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป โดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 7 ปี ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในยาสีฟันไม่เกิน 0.11%
- โซเดียมฟลูออไรด์ (Sodium fluoride)ช่วยให้ฟันแข็งแรง และป้องกันการเกาะของคราบหินปูน
- อาร์จินีน คาร์บอเนต (Arginine bicarbonate) ช่วยให้แบคทีเรียดีเจริญเติบโต ลดอาการเสียวฟัน
- ไซลิทอล (Xylitol) สารให้ความหวานแทนน้ำตาลแต่ไม่เป็นอาหารของแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก และช่วยลดการเกิดคราบหินปูน
- โซเดียม ไบคาร์บอเนต(Sodium bicarbonate) ช่วยป้องกันการสะสมของคราบหินปูน และช่วยให้แบคทีเรียดีในช่องปากเจริญเติบโตได้ดี
วิธีเลือกยาสีฟันให้เหมาะกับความต้องการของคุณ
การเลือกยาสีฟันที่เหมาะกับความต้องการด้านสุขภาพช่องปากของคุณอาจดูเหมือนเป็นงานที่หนักใจ เนื่องจากมีหลายยี่ห้อและหลายรูปแบบให้เลือก เมื่อเลือกยาสีฟัน
- เลือกยาสีฟันที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เท่านั้น
- เลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ (fluoride)
- เลือกรสชาติที่ถูกใจ ให้ความรู้สึกที่ดีในการแปรงฟัน แต่ต้องไม่มาจากส่วนผสมที่เป็นอันตราย
- เลือกที่ตอบโจทย์สุขภาพฟันของตัวเอง เช่น ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน ลดคราบหินปูน
นอกจากนี้ควรต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ ความต้องการฟลูออไรด์ ความไวต่อยา และข้อจำกัดด้านอาหาร เด็กเล็กอาจได้รับประโยชน์จากยาสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ ซึ่งมีรสชาติที่เป็นมิตรกับเด็กมากกว่าและมีปริมาณฟลูออไรด์ต่ำกว่ายาสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กอายุเกิน 6 ปี American Dental Association แนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ
นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาเสียวฟันอาจต้องการยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโพทาร์หรือสตรอนเทียมคลอไรด์เพื่อช่วยลดอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับอาการเสียวฟัน สุดท้ายนี้ ผู้ที่แพ้อาหารควรตรวจสอบฉลากอย่างละเอียดเพื่อหาส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้สามารถช่วยคุณกำหนดประเภทยาสีฟันที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ ความต้องการการดูแลช่องปาก
ประโยชน์ของยาสีฟัน ทำไมต้องใช้ทุกวัน
การรักษาสุขอนามัยในช่องปากของคุณอย่างเหมาะสมถือเป็นภารกิจที่สำคัญ และการใช้ยาสีฟันเป็นประจำจะเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ ยาสีฟันช่วยขจัดคราบพลัคและเศษอาหารออกจากฟัน การรักษาความสะอาดจะช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุ นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องเคลือบฟันด้วยการทำให้กรดที่ผลิตโดยแบคทีเรียที่อยู่ในปากของเราเป็นกลาง การแปรงฟันเป็นประจำร่วมกับการใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์สามารถช่วยป้องกันฟันผุและส่งเสริมสุขอนามัยช่องปากโดยรวม การเลือกยาสีฟันที่มีสารต้านแบคทีเรียตามธรรมชาติจะยิ่งดีต่อสุขภาพฟันโดยรวม ท้ายที่สุดแล้ว การใช้ยาสีฟันอย่างสม่ำเสมอสามารถส่งผลให้เหงือกแข็งแรงและลมหายใจสดชื่นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละคน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยาสีฟัน
ยาสีฟันเป็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันที่พวกเราส่วนใหญ่ขาดไม่ได้ แม้ว่าจุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ฟันของเราสะอาดและมีสุขภาพดีโดยการขจัดคราบพลัค ยาสีฟันมีอะไรมากกว่าแค่การขัดฟันให้ขาวเหมือนไข่มุก มีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาสีฟันที่หลายคนอาจไม่รู้ โดยเฉลี่ย คนอังกฤษจะแปรงฟันถึง 4 หมื่นครั้งตลอดชั่วชีวิต และ ใช้ยาสีฟันมากถึง 80 ลิตร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นักวิทยาศาสตร์ในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ชาวเยอรมัน ได้พัฒนายาสีฟันมีกัมมันตรังสีที่มีส่วนผสมของทอเรียม (Thorium) เพื่อวางขายในประเทศ มันทำความสะอาดได้ ฆ่าแบคทีเรียได้ แต่ก็มีกัมมันตรังสีด้วย เยี่ยมไปเลย ทำไมมันถึงไม่ติดตลาดนะ ทอเรียมอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ แต่สารผสมอื่นๆ ในยาสีฟันประสบความสำเร็จกว่านั้นมาก ในปี 1901 ทันตแพทย์ในเมือง โคโลราโด สปริงส์ (Colorado Springs)



บทสรุป
และนี่คือความเป็นมาของยาสีฟัน ที่ถูกปรับปรุงสูตรมาจนถึงปัจจุบัน ที่เราสามารถเลือกซื้อหายาสีฟันที่ดีมีคุณภาพ ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากกำจัดเศษอาหารคราบแบคทีเรียสาเหตุฟันผุ กลิ่นปากดูเเลฟันขาว การดูสุขอนามันช่องปากที่ดีเรา ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน เเละพบทันตแพทย์อย่างน้อย 1-2 ครั้ง/ปีนะคะ
บทความนี้เขียนขึ้นโดยทีมงานของคลินิกทันตกรรม COSDENT Smile Design โดยบทความได้ส่งทีมทันตแพทย์ดูรายละเอียดเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
COSDENT Smile Design

ท.พ.ญ. อรวดี เกียรติเวชสุนทร
ทันตแพทย์ / Dentist
คุณหมอ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เรื่องของออกแบบรอยยิ้ม เพื่อลดปัญหาความไม่มั่นใจ ให้กลายเป็นยิ้มที่สวยงามในแบบที่คนไข้ต้องการ ที่มีความเหมาะสม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยการออกแบบและการดูแลสุขภาพฟันให้สมบูรณ์ โดยทุกๆรอยยิ้มเกิดขึ้นจาก ความเข้าใจของคนไข้ รวมถึง ทีมทันตแพทย์ทุกๆท่าน และทีมเจ้าหน้าที่ทุกๆคน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
cosdent สาขาเกษร (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 098-656-3914
cosdent สาขาสยาม สแควร์วัน (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 093-882-3536
cosdent สาขา พระรามเก้า (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 064-592-4928
line : @cosdentsmiledesign



