ทำไมฟันผุ ? เช็คสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาฟันผุให้หายขาด

ทำไมฟันผุ? คำถามที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะใคร ๆ ก็เคยเจอปัญหานี้กันทั้งนั้น แต่รู้หรือไม่ว่า หากปล่อยฟันผุไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพฟันและร่างกายของคุณในระยะยาว เช่น อาการปวดฟัน เสียวฟัน มีกลิ่นปาก และในกรณีรุนแรง อาจนำไปสู่โรคอื่น ๆ อย่าง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือการติดเชื้อในระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ ดังนั้น การรู้ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกันฟันผุ จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ฟันของคุณแข็งแรงอยู่กับคุณไปนาน ๆ

ฟันผุ สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา บทความ Cosdent
ฟันผุ สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา บทความ Cosdent

ฟันผุเกิดจากอะไร

ฟันผุเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากที่ทำปฏิกิริยากับเศษอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทน้ำตาลและแป้ง แบคทีเรียจะปล่อยกรดออกมา ซึ่งกรดนี้จะทำลายแร่ธาตุในเคลือบฟัน กระบวนการนี้เรียกว่า “Demineralization” จนเกิดรูหรือหลุมในฟันที่เราเรียกว่าฟันผุ

  • โครงสร้างฟันและสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันที่มีหลุมลึก
  • แบคทีเรียในช่องปาก ที่สะสมเป็นคราบพลัค
  • อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือแป้ง
  • พฤติกรรมการกิน เช่น การกินจุบจิบระหว่างมื้อ

สัญญาณที่บอกว่าคุณมีฟันผุ

ฟันผุในระยะแรกอาจไม่มีอาการที่สังเกตได้ชัดเจน แต่หากปล่อยไว้จนลุกลาม อาจมีอาการดังนี้

  • เสียวฟัน เมื่อสัมผัสอาหารหรือเครื่องดื่มร้อน เย็น หวาน หรือมีอาการเจ็บแปลบเวลากัดฟัน
  • รูหรือหลุมในฟัน สามารถสัมผัสได้ด้วยลิ้น
  • คราบฟันสีดำ น้ำตาล หรือขาวขุ่น
  • ปวดฟัน โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหาร
ทำไมฟันผุ ฟันผุเกิดจากอะไร
ทำไมฟันผุ ฟันผุเกิดจากอะไร

ระดับความรุนแรงของอาการฟันผุ

อาการของฟันผุจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะตามระดับความรุนแรง หากเป็นในระยะเริ่มต้นหรืออยู่ในระยะที่ 1 โอกาสรักษาหาย โดยไม่ต้องเจ็บปวดก็เป็นไปได้มาก มาดูกันว่าแต่ละระยะของฟันผุมีอาการอย่างไรบ้าง

  • ฟันผุระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้นบริเวณผิวฟันจะเห็นเป็นสีเทาๆ หรือสีดำ อาจมีสีขาวขุ่นรอบๆ ซึ่งเกิดจากเนื้อฟันถูกทำลายบางส่วน
  • ฟันผุระยะที่ 2 ระยะนี้ผิวฟันจะเห็นเป็นรูฟันผุชัดเจนและลุกลามกว้าง ลึกลงชั้นเนื้อฟันใกล้โพรงประสาท ทำให้เกิดอาการเสียวฟันเวลารับประทานของหวาน ร้อนหรือเย็น
  • ฟันผุระยะที่ 3 เป็นระยะที่ฟันผุลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน เส้นประสาทรับรู้ความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ทำให้มีอาการปวดทรมาน
  • ฟันผุระยะที่ 4 เป็นระยะรุนแรง ที่อาการอักเสบลุกลามขยายวงกว้างไปรอบตัวฟัน เกิดอาการอักเสบจนปวด มีอาการบวม ฟันโยก เกิดฝีหนองบริเวณปลายราก  หากรุนแรงมากเชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด และระบบน้ำเหลืองของร่างกาย ปวดทรมานจนเคี้ยวอะไรไม่ได้
ระดับความรุนแรงของอาการฟันผุ
ระดับความรุนแรงของอาการฟันผุ

ใครบ้างที่เสี่ยงมีฟันผุ

โรคฟันผุมักพบมากในเด็ก เนื่องจากยังไม่รู้จักการดูแลรักษาฟันอย่างถูกต้อง แต่ผู้ใหญ่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้

  • ชอบรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล
  • ดื่มน้ำที่ไม่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนประกอบ
  • มีภาวะปากแห้ง
  • ใช้ยาบางชนิด
  • มีการดูแลรักษาช่องปากไม่ถูกสุขลักษณะ

เมื่อฟันผุแล้วต้องทำอย่างไร

หากพบสัญญาณของฟันผุ ควรรีบ พบทันตแพทย์ เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษา ยิ่งรักษาเร็วเท่าไร ยิ่งลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

  1. เสริมฟลูออไรด์: สำหรับฟันผุระยะแรก
  2. การอุดฟัน: ใช้สำหรับรูฟันผุที่ยังไม่ลึกมาก
  3. รักษารากฟัน: กรณีฟันผุลุกลามถึงโพรงประสาท
  4. การถอนฟัน: เมื่อลุกลามจนไม่สามารถรักษาได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา: อุดฟันสีเหมือนฟัน ต่างจากอุดฟันสีเงินอย่างไร หรือ การทำฟันปลอมและสะพานฟัน การทำรากฟันเทียม

วิธีการรักษาฟันผุทำได้อย่างไรบ้าง

  • เสริมฟลูออไรด์ให้กับฟัน ปกติน้ำลายมีส่วนประกอบของแร่ธาตุหลายชนิด รวมถึงแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่เคลือบฟันสูญเสียไปจากฟันผุระยะเริ่มต้น เราสามารถเร่งกระบวนการฟื้นฟูฟันผุด้วยการเสริมฟลูออไรด์ โดยฟลูออไรด์จะทำปฏิกิริยากับไอออนของแคลเซียมและฟอสเฟต ทำให้เคลือบฟันแข็งแรงมากขึ้น ทันตแพทย์จะใช้การเสริมฟลูออไรด์สำหรับคนไข้ฟันผุระยะแรก
  • การอุดฟัน เมื่อฟันผุมากขึ้น และทันตแพทย์ประเมินแล้วว่าฟันยังสามารถอุดได้ ทันตแพทย์จะเลือกใช้วิธีอุดฟัน ด้วยการกำจัดเนื้อฟันที่ผุ แล้วปิดรูด้วยวัสดุอุดฟัน แต่หากบริเวณที่ฟันผุกว้างมาก เหลือปริมาณเนื้อฟันน้อย อาจแนะนำให้ทำครอบฟัน เพื่อปิดบริเวณที่สูญเสียเนื้อฟัน
    บทความแนะนำเกี่ยวกับการอุดฟัน: อุดฟันสีเหมือนฟัน ต่างจากอุดฟันสีเงินอย่างไร
  • การรักษารากฟัน เป็นวิธีที่จะใช้รักษาเมื่อฟันผุลุกลามเข้าไปถึงโพรงประสาทฟันแล้ว เมื่อเนื้อเยื่อในของฟันอักเสบก็จำเป็นต้องรักษารากฟัน ซึ่งจะช่วยให้สามารถเก็บรักษาฟันที่ผุไว้ได้แทนที่จะต้องถอนฟัน โดยทันตแพทย์จะเอาเนื้อเยื่อในที่อักเสบออก ทำความสะอาดโพรงเนื้อเยื่อใน แล้วปิดด้วยวัสดุอุด
  • การถอนฟัน ถือเป็นวิธีสุดท้ายที่ทันตแพทย์จะเลือก หลังจากประเมินแล้วว่าไม่สามารถจะรักษาฟันไว้ได้อีกต่อไป เพราะไม่เหลือเนื้อฟันเพียงพอต่อการรักษาแล้ว ซึ่งหากจำเป็นต้องถอนฟันทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำสะพานฟันหรือรากฟันเทียม เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป

บทความแนะนำเกี่ยวกับ: การทำฟันปลอมและสะพานฟัน การทำรากฟันเทียม

วิธีรักษาฟันผุ
วิธีรักษาฟันผุ

วิธีป้องกันฟันผุ

ไม่มีใครอยากฟันผุ หรือสูญเสียฟันไป เพราะฉะนั้นมาลดความเสี่ยงของโรคฟันผุ และทำให้ฟันผุในระยะแรกกลับคืนสู่สภาพที่ดีกันด้วยวิธีเหล่านี้

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟันเพื่อลดคราบพลัค
  • หลีกเลี่ยงขนมหวานและอาหารที่มีน้ำตาลสูง
  • เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลเพื่อให้ฟันสะอาด เศษอาหารหลุดออกมาได้ง่าย ลดปริมาณแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟันผุ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำลายเคลือบฟัน เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
  • ดื่มน้ำเปล่าหลังรับประทานอาหาร
  • ตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน

บทสรุป ทำไมฟันผุ

ฟันผุเป็นปัญหาที่สามารถป้องกันได้ หากเราดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง และหมั่นพบทันตแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ การป้องกันง่ายกว่าการรักษา เพราะฉะนั้นเริ่มดูแลฟันของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงในระยะยาว

บทความนี้เขียนขึ้นโดยทีมงานของคลินิกทันตกรรม COSDENT Smile Design โดยบทความได้ส่งทีมทันตแพทย์ดูรายละเอียดเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว


COSDENT Smile Design

Oravadee Kiattivejsoonthorn
ทพญ. อรวดี เกียรติเวชสุนทร
ท.พ.ญ. อรวดี เกียรติเวชสุนทร

ทันตแพทย์ / Dentist

คุณหมอ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เรื่องของออกแบบรอยยิ้ม เพื่อลดปัญหาความไม่มั่นใจ ให้กลายเป็นยิ้มที่สวยงามในแบบที่คนไข้ต้องการ ที่มีความเหมาะสม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยการออกแบบและการดูแลสุขภาพฟันให้สมบูรณ์ โดยทุกๆรอยยิ้มเกิดขึ้นจาก ความเข้าใจของคนไข้ รวมถึง ทีมทันตแพทย์ทุกๆท่าน และทีมเจ้าหน้าที่ทุกๆคน


สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
cosdent สาขาเกษร (คลิกดูรายละเอียดสาขา) 
tel: 098-656-3914
cosdent สาขาสยาม สแควร์วัน (คลิกดูรายละเอียดสาขา) 
tel: 093-882-3536
cosdent สาขา พระรามเก้า (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 064-592-4928 
line : @cosdentsmiledesign

เพิ่มเพื่อน
Scroll to Top