ฟันตายเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องใช้การรักษาที่ซับซ้อนและเจ็บปวดกว่าเดิม มาเรียนรู้เกี่ยวกับฟันตาย สาเหตุ วิธีการรักษา และทำไมการรักษาจึงสำคัญ เพื่อปกป้องรอยยิ้มของคุณให้อยู่กับคุณไปนานๆ

- 1) ฟันตาย คืออะไร?
- 2) สาเหตุหลักของฟันตาย
- 3) ฟันตายมีสีอะไร
- 4) ทำไมการรักษาฟันตายถึงสำคัญ?
- 5) ฟันตายส่งผลกระทบต่อสุขภาพยังไง
- 6) ฟันตายต้องถอนเลยไหม
- 7) วิธีรักษาฟันตาย
- 8) ข้อควรรู้ในการดูแลฟันหลังการรักษาฟันตาย
- 9) ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟันตาย
- 10) ปกป้องรอยยิ้มของคุณด้วยการรักษาฟันตาย
- 11) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟันตาย (FAQ)
ฟันตาย คืออะไร?
ฟันตาย (Non-vital Tooth หรือ Dead Tooth) เกิดจากการที่เส้นประสาทและเนื้อเยื่อภายในฟัน (Dental Pulp) เสียหายหรือตายลง ทำให้ฟันไม่มีการตอบสนองต่อความรู้สึกต่างๆ เช่น ความเย็นหรือความร้อน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฟันตายมีทั้งการติดเชื้อ การกระทบกระเทือน หรือฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษาในระยะเวลานาน ฟันตายสามารถเป็นปัญหาใหญ่ได้หากไม่รักษา เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรืออักเสบที่ลุกลามไปยังเหงือกและกระดูกขากรรไกร
ฟันตาย มีอาการยังไง
- ฟันเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง เทา น้ำตาลหรือดำ
- ปวดฟันอย่างรุนแรงและเป็นๆ หายๆ
- มีกลิ่นปากหรือรสชาติไม่ดีในช่องปากเนื่องจากการติดเชื้อ
- อาจพบอาการบวมที่เหงือกบริเวณฟันที่เสียหาย

สาเหตุหลักของฟันตาย
- ฟันผุ: การติดเชื้อแบคทีเรียในฟันผุสามารถลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อภายในฟัน ทำให้เส้นประสาทและหลอดเลือดที่อยู่ภายในฟันถูกทำลาย
- การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ: การกระแทกหรือบาดเจ็บที่ฟัน เช่น การหกล้มหรือการกระแทกในกีฬา สามารถทำให้เส้นประสาทภายในฟันได้รับบาดเจ็บหรือถูกตัดขาด ส่งผลให้ฟันตาย
- การรักษาทางทันตกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน: การรักษาทางทันตกรรมบางอย่าง เช่น การอุดฟัน การทำฟันปลอม การรักษารากฟันหรือการครอบฟัน ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือการอักเสบภายในฟัน
- ฟันแตกหรือร้าว: รอยร้าวหรือรอยแตกในฟันสามารถเปิดทางให้แบคทีเรียเข้าสู่เนื้อเยื่อภายในฟัน ทำให้เกิดการติดเชื้อและฟันตายตามมา
- โรคเหงือกอักเสบขั้นรุนแรง: โรคเหงือกที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมสามารถลุกลามไปยังฟันและเนื้อเยื่อรอบๆ ฟันทำให้เกิดการติดเชื้อและฟันตาย
ฟันตายมีสีอะไร
ฟันตายมักจะเปลี่ยนสีเนื่องจากการที่เส้นประสาทและหลอดเลือดภายในฟันเสียหายและเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีฟันได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะเวลาที่ฟันตาย สีก็จะเปลี่ยนไปดังนี้
- สีเทา เนื่องจากการสลายของเนื้อเยื่อภายในฟัน
- สีน้ำตาล มีการสะสมของสารตกค้างจากการสลายตัวของเนื้อเยื่อและเลือดภายในฟัน
- สีเหลืองเข้มหรือมีลักษณะขุ่นข้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อฟันภายใน
- สีดำ: ในบางกรณี ฟันตายอาจกลายเป็นสีดำ ซึ่งเกิดจากการสะสมของเลือดและสารตกค้างภายในฟันที่สลายตัวแล้ว
ทำไมการรักษาฟันตายถึงสำคัญ?
การปล่อยให้ฟันตายโดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดการอักเสบที่ลุกลามเข้าสู่กระดูกขากรรไกร ทำให้เกิดหนองสะสมหรือฝีฟันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งหากถึงขั้นนี้ การรักษาจะซับซ้อนขึ้น เช่น การผ่าตัดปลายรากฟัน (Apicoectomy) หรืออาจต้องถึงขั้นถอนฟัน ทำให้สูญเสียฟันไปถาวร การรักษาฟันตายตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายและการรักษาที่ซับซ้อนกว่าเดิม
ฟันตายส่งผลกระทบต่อสุขภาพยังไง
ฟันตายมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายด้าน เริ่มจากการติดเชื้อที่อาจแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อรอบๆ ฟันและกระดูกขากรรไกร ทำให้เกิดฝีหรือหนอง และในกรณีรุนแรงการติดเชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั่วร่างกาย
นอกจากนี้ ฟันตายยังทำให้เกิดกลิ่นปากและรสชาติไม่พึงประสงค์ การเคี้ยวอาหารไม่สมบูรณ์จากฟันที่อ่อนแอและแตกหักง่ายอาจนำไปสู่ปัญหาการย่อยอาหาร ฟันที่ตายและถูกถอนออกทำให้เกิดช่องว่าง ส่งผลให้ฟันที่เหลือเคลื่อนที่และการเรียงตัวของฟันเปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลต่อการสบฟันที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อความมั่นใจและการเข้าสังคม ทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลจากการสูญเสียฟันและภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป

ฟันตายต้องถอนเลยไหม
ฟันตายไม่จำเป็นต้องถอนทันทีเสมอไป การตัดสินใจถอนฟันขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและการติดเชื้อ หากการติดเชื้อยังไม่รุนแรง ทันตแพทย์อาจเลือกทำการรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายและแบคทีเรียภายในฟัน จากนั้นจึงอุดและครอบฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม หากฟันที่ตายมีการติดเชื้อรุนแรงหรือไม่สามารถรักษาได้ การถอนฟันอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อ
เช็คสุขภาพฟัน นัดปรึกษาคุณหมอ ลงทะเบียน
“ลงทะเบียนนัดปรึกษา เช็คสุขภาพ หรืออยากฟันขาวและการออกแบบรอยยิ้มกับคุณหมอ กรุณากรอกรายละเอียดให้ครบ แล้วอย่าลืมมาพบกับคุณหมอที่คลินิกนะคะ”
วิธีรักษาฟันตาย
- การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment): การรักษารากฟันเป็นวิธีการหลักในการรักษาฟันตาย โดยทันตแพทย์จะทำการกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกจากโพรงรากฟัน ทำความสะอาด และเติมโพรงรากฟันด้วยวัสดุเฉพาะเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ วิธีนี้มีอัตราการสำเร็จสูงและช่วยรักษาฟันธรรมชาติเอาไว้ได้ในช่องปาก
- การครอบฟัน (Crown): ในบางกรณี ฟันที่รักษารากฟันแล้วอาจมีโครงสร้างที่เปราะบาง ทำให้จำเป็นต้องครอบฟันเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการแตกหัก การครอบฟันจะช่วยให้ฟันมีลักษณะและการใช้งานที่เหมือนฟันธรรมชาติ
- รากฟันเทียม (Dental Implant): หากฟันตายได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและไม่สามารถรักษาได้ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ถอนฟันออกและทำรากฟันเทียมแทน การทำรากฟันเทียมเป็นการปลูกฟันใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ที่คงทนและสามารถใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ
- การผ่าตัดรากฟัน (Apicoectomy): การผ่าตัดรากฟันหรือการตัดปลายรากฟันเป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำเมื่อฟันที่ผ่านการรักษารากฟันแล้วเกิดการติดเชื้อที่ปลายราก โดยทันตแพทย์จะทำการเปิดเหงือกบริเวณปลายรากฟันที่ติดเชื้อแล้วกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก และปิดปลายรากฟันด้วยวัสดุเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
- การถอนฟัน (Extraction): การถอนฟันเป็นการรักษาขั้นสุดท้ายที่ใช้เมื่อฟันตายเกิดความเสียหายจนไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ หลังจากถอนฟัน ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำการใส่ฟันเทียมหรือรากฟันเทียมในอนาคตเพื่อป้องกันปัญหาช่องปากและการเคลื่อนที่ของฟันข้างเคียง
- การใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ยาปฏิชีวนะมักถูกใช้เพื่อควบคุมการติดเชื้อในระยะสั้น เช่น กรณีที่มีการอักเสบรุนแรงหรือเป็นหนองในช่วงก่อนทำการรักษาจริง แต่อย่างไรก็ตาม ยาปฏิชีวนะไม่ใช่วิธีการรักษาหลักสำหรับฟันตายและไม่ควรใช้ทดแทนการรักษารากฟันหรือการถอนฟัน

ข้อดีและข้อเสียของการรักษาฟันตายแต่ละวิธี
| วิธีการรักษา | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| รักษารากฟัน | มีอัตราความสำเร็จสูง และช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้ในปาก ซึ่งส่งผลดีต่อการบดเคี้ยวและการสบฟัน | นอกจากอาจต้องครอบฟันแล้ว ยังอาจต้องเข้ารับการตรวจและรักษาหลายครั้ง รวมถึงมีความรู้สึกไม่สบายบางกรณีหลังการรักษา |
| ครอบฟัน | ช่วยเพิ่มความทนทานให้ฟันที่ได้รับการรักษา และสามารถเลือกวัสดุครอบฟันที่มีความเหมือนฟันธรรมชาติ เช่น เซรามิกหรือพอร์ซเลน | นอกจากเรื่องของค่าใช้จ่ายแล้ว อาจมีโอกาสที่ครอบฟันจะหลุดหรือเสียหายเมื่อใช้งานไปนาน ๆ โดยเฉพาะหากผู้ป่วยมีการกัดฟันหรือมีการใช้แรงเคี้ยวที่มาก |
| รากฟันเทียม | ทดแทนฟันที่สูญเสียอย่างถาวร ใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ | ราคาแพงและใช้เวลารักษานานกว่า |
| ผ่าตัดปลายรากฟัน (Apicoectomy) | ช่วยรักษาฟันที่มีการติดเชื้อที่ปลายรากฟันหลังจากรักษารากฟันแล้วไม่หาย และช่วยรักษาฟันธรรมชาติเอาไว้ในปาก | เป็นการผ่าตัดเล็ก อาจมีอาการบวมและไม่สบายบริเวณที่ผ่าตัด และมีความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำหากดูแลไม่ดี |
| ถอนฟัน | เป็นวิธีที่รวดเร็วและเหมาะสมกับกรณีที่ฟันมีการติดเชื้อหรือเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ | สูญเสียฟันถาวร ทำให้การบดเคี้ยวและการสบฟันเสียสมดุล และอาจต้องพิจารณาทำฟันเทียมหรือรากฟันเทียมทดแทนในอนาคต |
| ใช้ยาปฏิชีวนะ | ช่วยควบคุมการติดเชื้อในระยะสั้น โดยเฉพาะกรณีที่มีการอักเสบหรือเป็นหนอง และช่วยลดอาการปวดได้ในเบื้องต้น | ไม่ใช่วิธีการรักษาฟันตายโดยตรง ใช้แค่เพื่อลดอาการติดเชื้อชั่วคราว และไม่ควรใช้ทดแทนการรักษารากฟัน |
ข้อควรรู้ในการดูแลฟันหลังการรักษาฟันตาย
หลังจากการรักษาฟันตายแล้ว การดูแลฟันอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ควรแปรงฟันให้สะอาดด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และหมั่นไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟันตาย
การดูแลสุขภาพฟันและช่องปากอย่างเหมาะสม สามารถทำได้โดยเริ่มจากการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ การใช้ไหมขัดฟัน เลือกรับประทานอาหารโดยลดการบริโภคน้ำตาลและอาหารที่มีแป้งสูง และหากมีกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ฟัน เช่น การเล่นกีฬา ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันฟัน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟันกัดหรือฉีกสิ่งของแข็งๆ การตรวจสุขภาพช่องปากจากทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงของฟันตายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปกป้องรอยยิ้มของคุณด้วยการรักษาฟันตาย
ฟันตายเป็นปัญหาที่หลายคนอาจมองข้าม แต่หากไม่รีบรักษา อาจลุกลามจนต้องผ่าตัด การป้องกันและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญ ฟันตายเกิดจากเนื้อเยื่อภายในฟันถูกทำลายจากการติดเชื้อ ฟันผุ การบาดเจ็บ หรือการรักษาทางทันตกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ฟันเปลี่ยนสี อาจมีอาการปวดและกลิ่นปาก มีวิธีการรักษา ตั้งแต่การรักษารากฟัน การครอบฟัน การผ่าตัดรากฟัน หรือการถอนฟัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงในการประเมินของทันตแพทย์ อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพฟันที่ดี เช่น การแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพฟันประจำ จะช่วยป้องกันฟันตายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟันตาย (FAQ)
ฟันตายเองไม่มีความรู้สึก เนื่องจากเส้นประสาทภายในตายไปแล้ว แต่ในกรณีที่มีการติดเชื้อ อาจทำให้เกิดอาการปวดได้
ฟันตายสามารถรักษาได้ด้วยการรักษารากฟันหรือการครอบฟัน ขึ้นอยู่กับสภาพของฟันและคำแนะนำของทันตแพทย์
ค่าใช้จ่ายในการรักษาขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาและความซับซ้อนของปัญหา ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประมาณราคาที่เหมาะสม
ฟันตายที่มีการติดเชื้ออาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เนื่องจากการสะสมของแบคทีเรียและหนอง ควรรักษาโดยเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นไม่พึงประสงค์
สิทธิพิเศษการทำฟัน
ดูสิทธิพิเศษ การทำฟัน ประเภทต่างๆของคลินิก
บทความนี้เขียนขึ้นโดยทีมงานของคลินิกทันตกรรม COSDENT Smile Design โดยบทความได้ส่งทีมทันตแพทย์ดูรายละเอียดเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
COSDENT Smile Design

ท.พ. สันติราช เกียรติเวชสุนทร
ทันตแพทย์ / Dentist
คุณหมอ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เรื่องของออกแบบรอยยิ้ม เพื่อลดปัญหาความไม่มั่นใจ ให้กลายเป็นยิ้มที่สวยงามในแบบที่คนไข้ต้องการ ที่มีความเหมาะสม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยการออกแบบและการดูแลสุขภาพฟันให้สมบูรณ์ โดยทุกๆรอยยิ้มเกิดขึ้นจาก ความเข้าใจของคนไข้ รวมถึง ทีมทันตแพทย์ทุกๆท่าน และทีมเจ้าหน้าที่ทุกๆคน
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
cosdent สาขา เกษร (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 098-656-3914
cosdent สาขาสยาม สแควร์วัน (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 093-882-3536
cosdent สาขา พระรามเก้า (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 064-592-4928
line : @cosdentsmiledesign



