ฟันห่างเกิดจากอะไร มีลักษณะแบบไหน แก้ยังไงได้บ้าง ทำไมฟันถึงห่าง

ฟันห่างหรือช่องว่างระหว่างฟันเป็นปัญหาที่หลายคนประสบ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในการยิ้ม หากคุณกำลังเผชิญปัญหานี้และรู้สึกไม่กล้ายิ้ม ไม่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายวิธีที่สามารถช่วยให้ฟันของคุณกลับมาชิดและเรียงตัวสวยงาม วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแก้ไขฟันห่างเพื่อให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ฟันห่าง ไม่กล้ายิ้ม รักษายังไงให้กลับมายิ้มมั่นใจและสดใสอีกครั้ง ?
ฟันห่าง ช่องว่างระหว่างฟันคืออะไร

ฟันห่าง ช่องว่างระหว่างฟัน คืออะไร

ช่องว่างระหว่างฟันสามารถเกิดขึ้นได้กับฟันทุกซี่ แต่ส่วนใหญ่มักอยู่บริเวณระหว่างฟันหน้าสองซี่ ฟันห่างเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับเด็กที่มีอาการฟันห่าง การปล่อยปละละเลยอาจส่งผลต่อการเรียงตัวของฟันซี่ถัดไป ซึ่งอาจขึ้นมาในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารในอนาคต

สาเหตุของฟันห่าง ทำไมฟันถึงมีช่องว่าง

ฟันห่าง เกิดจากอะไร พฤติกรรมที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟัน

ฟันห่างเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม พฤติกรรมในวัยเด็ก หรือปัญหาสุขภาพช่องปาก การรู้ถึงสาเหตุเป็นสิ่งสำคัญเพราะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง สาเหตุของฟันห่างมีดังนี้

  1. พันธุกรรม
    • ขนาดของฟันและขนาดของกระดูกขากรรไกรไม่สัมพันธ์กัน
    • มีฟันไม่ครบหรือการสูญเสียฟัน อาจเกิดจากการสูญเสียฟันในอดีต
    • เกิดจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อในช่องปาก
  2. พฤติกรรมที่ทำให้ฟันห่าง
    • พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม: การดูดนิ้ว ดูดปาก หรือใช้ลิ้นดุนฟันสามารถทำให้ฟันเคลื่อนตัวและเกิดช่องว่างระหว่างฟัน
    • โรคเหงือก: การดูแลช่องปากที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดโรคเหงือก ซึ่งนำไปสู่การโยกของฟันและช่องว่างระหว่างฟัน
ลักษณะของฟันห่าง

ลักษณะของฟันห่าง

ลักษณะของฟันที่มีช่องว่างระหว่างกว้างกว่า 0.5 มิลลิเมตร เกิดขึ้นได้ในทุกที่ แต่ส่วนมากจะเกิดขึ้นกับฟันหน้า และเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการฟันห่างสามารถรักษาได้หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป

1. ฟันห่างระหว่างฟันหน้า (Midline Diastema)

  • เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดที่ฟันหน้าบนสองซี่แรก (ฟันตัดกลาง)
  • มีช่องว่างระหว่างฟันที่สามารถเห็นได้ชัด
  • อาจเกิดจากปัจจัยกรรมพันธุ์, ขนาดของฟันที่เล็กกว่าขากรรไกร, หรือเนื้อเยื่อระหว่างฟันที่หนาเกินไป

2. ฟันห่างทั่วปาก (Generalized Diastema)

  • ฟันทุกซี่มีระยะห่างจากกัน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ฟันหน้า
  • มักเกิดจากขนาดของขากรรไกรที่ใหญ่กว่าฟัน หรือฟันมีขนาดเล็กผิดปกติ
  • อาจเป็นผลจากปัญหาพฤติกรรม เช่น การดูดนิ้ว หรือใช้ลิ้นดุนฟัน

3. ฟันห่างเฉพาะบางตำแหน่ง (Local Diastema)

  • ช่องว่างระหว่างฟันอาจเกิดขึ้นเฉพาะซี่ใดซี่หนึ่ง เช่น ฟันเขี้ยวกับฟันกรามน้อย หรือฟันกราม
  • อาจเป็นผลจากการที่ฟันข้างเคียงหลุดหรือถอนออกไป ทำให้เกิดช่องว่างที่ฟันไม่สามารถเคลื่อนเข้ามาแทนที่ได้
  • พบได้บ่อยในผู้ที่มีฟันเกิน (Supernumerary Teeth) ซึ่งทำให้ฟันปกติไม่สามารถขึ้นได้เต็มที่

4. ฟันห่างที่เกิดจากโรคเหงือก (Pathological Diastema)

  • เกิดขึ้นเมื่อมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบรุนแรง ซึ่งทำให้เหงือกและกระดูกที่รองรับฟันลดลง
  • ฟันอาจเริ่มโยกและเคลื่อนตัวออกจากกัน ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟัน
  • มักเกิดร่วมกับอาการเลือดออกตามไรฟัน, เหงือกร่น, และอาการเสียวฟัน

5. ฟันห่างที่เกิดจากการถอนฟัน (Post-Extraction Diastema)

  • เกิดขึ้นหลังจากถอนฟันแล้วไม่มีการใส่ฟันปลอม หรือไม่มีการจัดฟันเพื่อปิดช่องว่าง
  • ฟันข้างเคียงอาจเคลื่อนตัวเข้ามา หรือเอียงผิดตำแหน่ง ทำให้เกิดช่องว่างที่ไม่สม่ำเสมอ
  • อาจส่งผลต่อการบดเคี้ยวและการสบฟัน
ฟันห่าง ส่งผลกระทบของต่อสุขภาพและความงาม

ฟันห่าง ส่งผลกระทบของต่อสุขภาพและความงาม

นอกจากปัญหาด้านความงามที่ทำให้คุณรู้สึกไม่มั่นใจแล้ว ฟันห่างยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากอีกด้วย เช่น การบดเคี้ยวอาหารที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารในระยะยาว นอกจากนี้ การที่ฟันไม่เรียงตัวกันอย่างถูกต้องอาจทำให้ฟันบางซี่ต้องรับแรงเคี้ยวมากกว่าปกติ ส่งผลให้ฟันสึกหรอเร็วขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกหรือฟันผุ

วิธีแก้ไขฟันห่าง ปิดช่องว่างระหว่างฟัน

วิธีแก้ไขฟันห่าง ปิดช่องว่างระหว่างฟัน

  • การเคลือบผิวฟันวีเนียร์ (Veneer) เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ของฟันให้ดูเรียบร้อยและเป็นธรรมชาติ ทันตแพทย์จะทำการผลิตวีเนียร์ตามแบบของฟันผู้ป่วยและเคลือบลงบนฟันที่มีช่องว่าง การใช้วีเนียร์สามารถทำให้ฟันดูเรียบร้อยและสร้างรอยยิ้มที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องการการดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาความทนทาน
  • การอุดฟัน (Bonding) การใช้วัสดุคอมโพสิตเรซินเพื่ออุดช่องว่างระหว่างฟัน วัสดุนี้จะถูกปรับแต่งให้เข้ากับสีของฟันธรรมชาติ และสามารถปิดช่องว่างระหว่างฟันได้อย่างเรียบร้อย วิธีนี้เหมาะสำหรับการแก้ไขฟันห่างที่ไม่กว้างมาก แต่ต้องมีการดูแลอย่างดีเนื่องจากวัสดุอาจหลุดหรือสึกหรอได้เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน
  • การจัดฟัน (Orthodontic) เป็นวิธีที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาฟันห่างที่มีสาเหตุมาจากการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ โดยทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อค่อยๆ เคลื่อนฟันให้เรียงตัวอย่างถูกต้อง วิธีนี้ใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ถาวรและให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
  • กรณีมีโรคเหงือกร่วมด้วย การรักษาโรคเหงือกก่อนจะช่วยให้ฟันกลับมามั่นคงและลดการเคลื่อนที่ของฟัน
  • กรณีที่เหงือกใหญ่ทำให้ฟันห่าง การตัดเหงือกเป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปเหงือกให้เข้ากับฟันมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยทำให้ฟันเรียงตัวสวยงามและลดช่องว่างระหว่างฟัน
  • หากฟันห่างเกิดจากการสูญเสียฟัน ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำรากฟันเทียม ซึ่งเป็นการฝังรากเทียมลงในกระดูกขากรรไกรแล้วใส่ฟันเทียมทับด้านบน วิธีนี้สามารถคืนความสมบูรณ์ให้กับช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันปัญหาฟันห่างซ้ำในอนาคต

หากฟันห่างเกิดจากเหงือกที่มีขนาดใหญ่เกินไป การตัดเหงือกเป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปเหงือกให้เข้ากับฟันมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยทำให้ฟันเรียงตัวสวยงามและลดช่องว่างระหว่างฟัน

แก้ฟันห่าง ยิ้มอย่างมั่นใจ นัดปรึกษาคุณหมอ

“ลงทะเบียนนัดปรึกษา แก้ไขฟันห่าง พร้อมการออกแบบรอยยิ้มกับคุณหมอ กรุณากรอกรายละเอียดให้ครบ แล้วอย่าลืมมาพบกับคุณหมอที่คลินิกนะคะ”

ชื่อ – นามสกุล
กรุณากรอกชื่อ – นามสกุล
อีเมลล์ที่สามารถให้ทันตแพทย์ส่งข้อมูลถึงคุณได้
เลือกช่วงเวลาที่ต้องการให้ติดต่อกลับเพื่อทำนัดปรึกษา
วิธีป้องกันฟันห่าง

วิธีป้องกันฟันห่าง

การป้องกันฟันห่างตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดช่องว่างระหว่างฟัน และช่วยรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีในระยะยาว นี่คือวิธีการป้องกันฟันห่างที่สามารถนำไปปฏิบัติได้

  1. ดูแลสุขภาพเหงือกและฟันอย่างสม่ำเสมอ การรักษาสุขภาพเหงือกให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันฟันห่าง เพราะโรคเหงือกอาจทำให้ฟันเคลื่อนและเกิดช่องว่าง การแปรงฟันอย่างถูกวิธีและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวันจะช่วยลดการสะสมของคราบพลัคที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือก
  2. ปรับพฤติกรรมที่ส่งผลต่อฟันห่าง หากคุณมีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจส่งผลต่อการเกิดฟันห่าง เช่น การดูดนิ้ว การใช้ลิ้นดันฟัน หรือการกัดเล็บ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟันและการเกิดช่องว่าง หรือการใช้ฟันเคี้ยวหรือกัดของแข็งอย่างรุนแรง เช่น การกัดปากกา หรือน้ำแข็ง อาจทำให้ฟันเคลื่อนและเกิดช่องว่างได้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยง
  3. ตรวจฟันเป็นประจำ การเข้ารับการตรวจฟันและทำความสะอาดฟันที่คลินิกทุก 6 เดือนเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาช่องปากต่างๆ รวมถึงฟันห่าง การตรวจฟันเป็นประจำจะช่วยให้ทันตแพทย์สามารถตรวจพบปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ และให้คำแนะนำในการป้องกันที่เหมาะสม
  4. หากพบว่ามีปัญหาโรคเหงือก ควรเข้ารับการรักษาทันทีเพื่อลดการเสื่อมสภาพของเหงือกและกระดูกที่รองรับฟัน การรักษาโรคเหงือกจะช่วยป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนตัวและเกิดช่องว่าง
  5. กรณีเคยจัดฟันมากก่อน การใส่รีเทนเนอร์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม การไม่ใส่รีเทนเนอร์อาจทำให้ฟันขยับและเกิดฟันห่างได้อีกครั้ง
  6. พันธุกรรม หากในครอบครัวมีประวัติฟันห่างหรือปัญหาการเรียงตัวของฟัน ควรตรวจสอบกับทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ทันตแพทย์อาจแนะนำวิธีการป้องกันเฉพาะที่เหมาะสมตามลักษณะฟันของคุณ

การป้องกันฟันห่างด้วยวิธีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหา แต่ยังช่วยรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีและคงรอยยิ้มที่สวยงามไปได้นานๆ

วิธีการรักษาฟันห่าง พิจารณาจากอะไร

  1. อายุของผู้ป่วย: การจัดฟันอาจเหมาะสมกว่าสำหรับผู้ที่ยังอายุน้อย ในขณะที่ผู้ใหญ่สามารถพิจารณาการเคลือบฟันวีเนียร์หรือรากฟันเทียม
  2. สุขภาพช่องปากเบื้องต้น: หากมีปัญหาทางทันตกรรมอื่นๆ เช่น โรคเหงือก อาจจำเป็นต้องรักษาก่อนเลือกวิธีแก้ไขฟันห่าง
  3. งบประมาณ: การรักษาฟันห่างมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน การเคลือบฟันวีเนียร์และการทำรากฟันเทียมอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
  4. เวลาในการรักษา: การจัดฟันอาจใช้เวลาหลายปี ในขณะที่การเคลือบฟันหรือการอุดฟันสามารถเสร็จสิ้นในครั้งเดียว

ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละวิธีรักษาฟันห่าง

วิธีการรักษาข้อดีข้อเสีย
การเคลือบฟันวีเนียร์ (Veneers) ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ฟันดูเป็นธรรมชาติค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
การอุดฟัน (Bonding)ค่าใช้จ่ายไม่สูง ทำได้รวดเร็ววัสดุอาจหลุดหรือเปลี่ยนสีได้ ต้องทำซ้ำ
การจัดฟัน (Orthodontic)แก้ไขฟันห่างอย่างถาวร ผลลัพธ์ยาวนานใช้เวลานาน ไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน

การดูแลหลังการแก้ไขฟันห่าง

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการรักษาใด การดูแลรักษาฟันหลังจากการแก้ไขฟันห่างเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและป้องกันการกลับมาเป็นอีก วิธีดูแลประกอบด้วย

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อขจัดเศษอาหารและคราบพลัค
  • เข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและทำความสะอาดฟัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ฟันกัดหรือเคี้ยวของแข็ง เช่น น้ำแข็ง หรือปากกา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์เพื่อรักษาฟันที่ได้รับการแก้ไขให้แข็งแรงและสวยงาม

สิทธิพิเศษการทำฟัน
ดูสิทธิพิเศษ การทำฟัน ประเภทต่างๆของคลินิก

บทความนี้เขียนขึ้นโดยทีมงานของคลินิกทันตกรรม COSDENT Smile Design โดยบทความได้ส่งทีมทันตแพทย์ดูรายละเอียดเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว

COSDENT Smile Design

dr santirach kiattivejsoonthorn dr dan

ท.พ. สันติราช เกียรติเวชสุนทร

ทันตแพทย์ / Dentist

คุณหมอ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เรื่องของออกแบบรอยยิ้ม เพื่อลดปัญหาความไม่มั่นใจ ให้กลายเป็นยิ้มที่สวยงามในแบบที่คนไข้ต้องการ ที่มีความเหมาะสม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยการออกแบบและการดูแลสุขภาพฟันให้สมบูรณ์ โดยทุกๆรอยยิ้มเกิดขึ้นจาก ความเข้าใจของคนไข้ รวมถึง ทีมทันตแพทย์ทุกๆท่าน และทีมเจ้าหน้าที่ทุกๆคน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
cosdent สาขา เกษร (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 098-656-3914
cosdent สาขาสยาม สแควร์วัน (คลิกดูรายละเอียดสาขา) 
tel: 093-882-3536
cosdent สาขา พระรามเก้า (คลิกดูรายละเอียดสาขา)
tel: 064-592-4928

line : @cosdentsmiledesign

Add us on Line Messenger
Scroll to Top